สายตายาวตามอายุ
การมองใกล้เริ่มพร่ามัว
สัญญาณของความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ดวงตาอ่อนล้า
สายตายาวตามอายุเกิดจากความยืดหยุ่นของเลนส์แก้วตาลดลง และกล้ามเนื้อ'ซิเลียรี' ที่ทำหน้าที่ปรับโฟกัสทำงานได้น้อยลง
ทำให้มองวัตถุในระยะใกล้ได้ไม่ชัดเมื่ออายุมากขึ้น เลนส์แก้วตาจะแข็งตัวจนความสามารถในการปรับ
กำลังหักเหของแสงลดลง หรือกล้ามเนื้อซิเลียรีอ่อนแรง
ส่งผลให้เกิดปัญหาในการมองใกล้

อาการของสายตายาวตามอายุ
สายตายาวตามอายุเกิดจากการปรับโฟกัสที่อ่อนแรงลง
อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกทางสายตาหลายประการในชีวิตประจำวัน

สายตาใกล้แย่ลง
ตัวอักษรเล็ก ๆ บนมือถือ หนังสือพิมพ์ หรือหนังสือ
เริ่มพร่ามัว

การมองเห็นขุ่นมัว
อาการจะแย่ลงในที่แสงน้อย
ดวงตาล้าง่ายและรู้สึกแห้งตึง

การปรับโฟกัสช้า
เมื่อเปลี่ยนจากมองไกลมามองใกล้ อย่างกะทันหัน
หรือในทางกลับกัน จะต้องใช้เวลา กว่าจะปรับโฟกัสได้

ปวดศีรษะและปวดตา
การพยายามปรับโฟกัสอย่างหนักอาจทำให้เกิดอาการปวดรอบดวงตา หรือปวดศีรษะร่วมด้วย
ระยะของสายตายาวตามอายุ
สายตายาวตามอายุสามารถแบ่งเป็น 4 ระยะ
ตามระดับการลดลงของความสามารถในการปรับโฟกัสของเลนส์แก้วตา

สายตายาวระยะเริ่มต้น
มักพบในช่วงอายุต้น 40 ปี เป็นระยะเริ่มต้น
ของ 'การปรับโฟกัสที่ลดลง' โดยการสลับมองไกล
และใกล้จะใช้เวลานานขึ้น
สายตายาวระยะลุกลาม
ช่วงอายุประมาณ 45 ปี จะต้องเหยียดแขนออกไปไกล
เวลาใช้มือถือหรืออ่านหนังสือ การทำงานใกล้ตา
โดยไม่มีแว่นสายตายาวจะทำได้ยาก
สายตายาวระยะเต็มที่
หลังอายุ 50 ปี ความยืดหยุ่นของเลนส์แก้วตาลดลงอย่างมาก
ไม่เพียงระยะใกล้ แต่ระยะกลาง (เช่น หน้าจอคอมพิวเตอร์) ก็เริ่มพร่ามัวด้วย
สายตายาวระยะรุนแรง
มักพบในอายุ 60 ปีขึ้นไป เลนส์แก้วตาแทบสูญเสียความสามารถในการปรับโฟกัส กิจกรรมมองใกล้ทุกประเภท
จำเป็นต้องมีการแก้ไขสายตาอย่างแรง
ตรวจสายตายาวตามอายุด้วยตนเอง
ความไม่สะดวกเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันอาจเป็นสัญญาณของสายตายาวตามอายุ
ลองตรวจสุขภาพดวงตาของคุณด้วยตนเอง
การมองเห็นขุ่นมัว
เวลาดูมือถือหรืออ่านหนังสือ โดยไม่รู้ตัวจะเหยียดแขนออกไปไกลเพื่อมอง
ปรับโฟกัสช้า
เมื่อเปลี่ยนจากมองไกลมามองใกล้ต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะปรับโฟกัสได้
ดวงตาอ่อนล้า
ทำงานระยะใกล้นานกว่า 10 นาทีได้ยากรู้สึกตาแห้งหรือหนักตาอย่างรวดเร็ว
ปวดศีรษะและปวดตา
หลังทำงานที่ต้องใช้สายตาละเอียดจะรู้สึกปวดรอบดวงตาหรือปวดศีรษะเล็กน้อย
การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
ยิ่งช่วงบ่าย ยิ่งรู้สึกตามัวมากขึ้นอาการมองเห็นพร่ามัวจะหนักขึ้น
ความไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน
การร้อยด้ายเข็มหรือตัดเล็บงานที่ต้องใช้ความละเอียดทำได้ยากกว่าเมื่อก่อน
ต้อกระจก
โรคที่เลนส์แก้วตาที่เคยใสกลับกลายเป็นขุ่นมัว
ต้อกระจกคือโรคที่ 'เลนส์แก้วตา' สูญเสียความใส เกิดความขุ่นมัว ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสายตา
เมื่ออายุมากขึ้น โปรตีน ที่ประกอบเป็นเลนส์แก้วตาจะเสื่อมสภาพ ทำให้แสงผ่านได้ไม่ดี มองเห็นพร่ามัวเหมือนมีหมอกบัง และอาจเห็นภาพซ้อน

อาการของต้อกระจก
ต้อกระจกทำให้การมองเห็นขุ่นมัวเหมือนมีหมอกบัง
พร้อมกับความไม่สะดวกทางสายตาอื่น ๆ

สายตาลดลง
มองเห็นพร่ามัวทั้งภาพเหมือนมีหมอกบังอยู่

อาการตาพร่า
เนื่องจากเลนส์แก้วตาขุ่นเมื่อแสงเข้าตาตรง ๆ จะรู้สึกแสบตามาก

อาการเห็นภาพซ้อน
แม้มองด้วยตาข้างเดียวก็อาจเห็นวัตถุเป็นสอง
หรือหลาย ภาพซ้อนกัน

อาการมองเห็นดีกว่าในที่มืด
กลับมองเห็นได้ดีกว่าในที่มืด ซึ่งม่านตาขยาย
มากกว่าในที่ สว่างหรือแสงจ้า
ชนิดและสาเหตุของต้อกระจก
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของต้อกระจกคือความชรา
แต่อาจเกิดจากปัจจัยอื่นได้เช่นกัน

ต้อกระจกจากวัยชรา
เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากโปรตีน
ในเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพตามอายุ
ต้อกระจกจากอุบัติเหตุ
เกิดเมื่อดวงตาได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงหรือถูกแทงด้วยวัตถุมีคมทำให้เลนส์แก้วตาเสียหาย
ต้อกระจกจากภาวะแทรกซ้อน
เกิดจากโรคตาร้ายแรง เช่น ม่านตาอักเสบ ต้อหินหรือโรคทั่วร่างกาย เช่น เบาหวาน
ต้อกระจกแต่กำเนิด
เป็นกรณีที่เลนส์แก้วตาขุ่นมัวตั้งแต่แรกเกิดอาจเกิดจากพันธุกรรมหรือการติดเชื้อในครรภ์
คำถามที่พบบ่อย Q&A
ข้อสงสัยเกี่ยวกับต้อกระจก คลินิกจักษุ คังนัม โตเกียว พร้อมตอบให้คุณ
- Q. ต้อกระจกต่างจากสายตายาวตามอายุอย่างไร?
- Q. สายตาไม่ได้แย่ แต่อาจเป็นต้อกระจกได้หรือไม่?
- Q. ควรตรวจสุขภาพตาเป็นประจำบ่อยแค่ไหน?
- Q. ยาสามารถรักษาต้อกระจกให้หายขาดได้หรือไม่?

